Free priority shipping throughout Thailand - Promotions

ทำไม Intermediate Fasting (IF) ไม่ได้แค่ทำให้น้ำหนักลด แต่ทำให้หน้าดูเด็กลงด้วย?

Share

Share on facebook
Share on pinterest
Share on twitter
Share on linkedin

ปัจจุบันผู้คนใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของรูปร่าง และมีหลากหลายวิธีในการรักษารูปร่าง ลดน้ำหนัก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่กำลังเป็นที่นิยม นั่นคือการทำ intermittent fasting (IF) นั่นเอง

IF คือการงดอาหารตั้งแต่  12 ชั่วโมงขึ้นไป สลับกับเวลารับประทานอาหาร เปรียบได้กับการหลอกร่างกายให้ขาดพลังงานในช่วงที่งดอาหาร ทำให้เกิดการนำไขมันและน้ำตาลที่สะสมอยู่ในร่างกายออกมาใช้และทำให้น้ำหนักลดลงได้อย่างมีคุณภาพและสุขภาพดี

ในการนำพลังงานที่สะสมในร่างกายจากการ IF นั้น เกิดจากกลไกธรรมชาติที่พยายามปรับสมดุลในร่างกาย โดยอธิบายเกี่ยวกับกลไกหลักๆได้ดังนี้

1. กระตุ้น Human Growth Hormone (HGH) ฮอร์โมนที่มีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกาย ฟื้นฟูร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระตุ้นการการสลายไขมัน 

2. กระตุ้นกระบวนการ Autophagy เป็นปฏิกิริยาที่เซลล์กินชิ้นส่วนที่ผุพังของร่างกายตัวเองแล้วรีไซเคิลนำเซลล์นั้นมาใช้ใหม่ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ที่สำคัญยังช่วยลดการอักเสบในบริเวณส่วนต่างๆของร่างกายได้อีกด้วย

3. ลดการหลั่งอินซูลิน (Insulin) ทำให้การเก็บกลูโคสในเลือดเข้าสู่เซลล์ลดลง  จึงมีการสะสมของไกลโคเจน  และไขมันใต้ผิวหนังลดลงด้วย ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน

4. กระตุ้นการทำงานของ “Adenosine monophosphate-activated protein kinase” หรือ AMPK ที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของระบบการเผาผลาญของร่างกาย  จึงเป็นที่มาของการลดน้ำหนักได้ในขณะเดียวกัน AMPK ยังช่วยกระตุ้นยีนอายุยืน ( SIRT1 gene)  ให้ทำงานได้ดีมากขึ้น และเป็น anti-aging ได้ในตัว

จากที่กล่าวมาข้างต้นพบว่า IF มีประโยชน์มากกว่าแค่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับสมดุลรูปร่างและสุขภาพตั้งแต่ระดับเซลล์ โดยเฉพาะการกระตุ้นการทำงานของ AMPK ที่ทำให้เกิดการฟื้นฟูร่างกายตั้งแต่ระดับเซลล์ส่งผลให้ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธี IF นั้นดูสดใส ไม่โทรม และ มักมีผิวที่สวย และดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้นนั่นเอง เรียกได้ว่าฟื้นฟูทั้งสุขภาพรูปร่าง ผิวพรรณ และ อ่อนเยาว์นั่นเอง

นอกจากการลดน้ำหนักด้วยวิธี IF แล้ว ยังมีสารสกัดบางตัวสามารถช่วยกระตุ้น AMPK ซึ่งเป็นการกระตุ้นระดับเซ็นเซอร์พลังงานของเซลล์ทำให้เซลล์แข็งแรงและอ่อนเยาว์ได้เช่นกัน สารสกัดนั้นคือ ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ (COS) ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในเซลล์และยังกระตุ้นการทำงานของ AMPK ให้สูงขึ้น ทำให้มีสมบัติในการลดการอักเสบควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเซลล์ผิว

และสารสกัด ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ (COS) นั้นมีอยู่ใน Dr. RATH Radiance Essence Ex น้ำตบเอสเซ้นส์บำรุงผิวนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบสเปรย์ ใช้ง่าย เพียงฉีดเบา 2-3 ครั้งให้ทั่วหน้าแล้วตบ ๆ ให้เอสเซ้นส์ซึมเข้าสู่ผิวหน้า ช่วยปรับสมดุลผิว ลดการอักเสบ ระคายเคือง ผิวแข็งแรงและทนต่อแดดมากขึ้น

นอกจากนั้นยังช่วยทำให้เซลล์อ่อนเยาว์ลงด้วยโดยการกระตุ้นการทำงานของ AMPK และช่วยลดเลือนฝ้า ผสานพลังร่วมกับน้ำแร่แพลงก์ตอนจากฝรั่งเศส และ Lactid acid จากธรรมชาติ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจใน 2 สัปดาห์

 ตอบโจทย์ปัญหาผิวและผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือต้อง ใช้ง่าย อ่อนโยน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือการรระคายเคือง เช่น พาราเบน แอลกอฮอล์ น้ำหอม อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ดีกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะกับผิวของคนไทยและสภาพอากาศเมืองไทย

ที่มา :

https://www.lib.ku.ac.th/KUCONF/2555/KC4906041.pdf

https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person/health-information-and-articles/health-information-and-articles-old-3/853-2019-05-11-01-14-19

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6025514/                       https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3583892/