Free priority shipping throughout Thailand - Promotions

ทำไม Intermediate Fasting (IF) ไม่ได้แค่ทำให้น้ำหนักลด แต่ทำให้หน้าดูเด็กลงด้วย?

Share

ปัจจุบันผู้คนใส่ใจในการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของรูปร่าง และมีหลากหลายวิธีในการรักษารูปร่าง ลดน้ำหนัก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่กำลังเป็นที่นิยม นั่นคือการทำ intermittent fasting (IF) นั่นเอง

IF คือการงดอาหารตั้งแต่  12 ชั่วโมงขึ้นไป สลับกับเวลารับประทานอาหาร เปรียบได้กับการหลอกร่างกายให้ขาดพลังงานในช่วงที่งดอาหาร ทำให้เกิดการนำไขมันและน้ำตาลที่สะสมอยู่ในร่างกายออกมาใช้และทำให้น้ำหนักลดลงได้อย่างมีคุณภาพและสุขภาพดี

ในการนำพลังงานที่สะสมในร่างกายจากการ IF นั้น เกิดจากกลไกธรรมชาติที่พยายามปรับสมดุลในร่างกาย โดยอธิบายเกี่ยวกับกลไกหลักๆได้ดังนี้

1. กระตุ้น Human Growth Hormone (HGH) ฮอร์โมนที่มีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกาย ฟื้นฟูร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระตุ้นการการสลายไขมัน 

2. กระตุ้นกระบวนการ Autophagy เป็นปฏิกิริยาที่เซลล์กินชิ้นส่วนที่ผุพังของร่างกายตัวเองแล้วรีไซเคิลนำเซลล์นั้นมาใช้ใหม่ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ที่สำคัญยังช่วยลดการอักเสบในบริเวณส่วนต่างๆของร่างกายได้อีกด้วย

3. ลดการหลั่งอินซูลิน (Insulin) ทำให้การเก็บกลูโคสในเลือดเข้าสู่เซลล์ลดลง  จึงมีการสะสมของไกลโคเจน  และไขมันใต้ผิวหนังลดลงด้วย ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน

4. กระตุ้นการทำงานของ “Adenosine monophosphate-activated protein kinase” หรือ AMPK ที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของระบบการเผาผลาญของร่างกาย  จึงเป็นที่มาของการลดน้ำหนักได้ในขณะเดียวกัน AMPK ยังช่วยกระตุ้นยีนอายุยืน ( SIRT1 gene)  ให้ทำงานได้ดีมากขึ้น และเป็น anti-aging ได้ในตัว

จากที่กล่าวมาข้างต้นพบว่า IF มีประโยชน์มากกว่าแค่การลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับสมดุลรูปร่างและสุขภาพตั้งแต่ระดับเซลล์ โดยเฉพาะการกระตุ้นการทำงานของ AMPK ที่ทำให้เกิดการฟื้นฟูร่างกายตั้งแต่ระดับเซลล์ส่งผลให้ผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธี IF นั้นดูสดใส ไม่โทรม และ มักมีผิวที่สวย และดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้นนั่นเอง เรียกได้ว่าฟื้นฟูทั้งสุขภาพรูปร่าง ผิวพรรณ และ อ่อนเยาว์นั่นเอง

นอกจากการลดน้ำหนักด้วยวิธี IF แล้ว ยังมีสารสกัดบางตัวสามารถช่วยกระตุ้น AMPK ซึ่งเป็นการกระตุ้นระดับเซ็นเซอร์พลังงานของเซลล์ทำให้เซลล์แข็งแรงและอ่อนเยาว์ได้เช่นกัน สารสกัดนั้นคือ ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ (COS) ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในเซลล์และยังกระตุ้นการทำงานของ AMPK ให้สูงขึ้น ทำให้มีสมบัติในการลดการอักเสบควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเซลล์ผิว

และสารสกัด ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ (COS) นั้นมีอยู่ใน Dr. RATH Radiance Essence Ex น้ำตบเอสเซ้นส์บำรุงผิวนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบสเปรย์ ใช้ง่าย เพียงฉีดเบา 2-3 ครั้งให้ทั่วหน้าแล้วตบ ๆ ให้เอสเซ้นส์ซึมเข้าสู่ผิวหน้า ช่วยปรับสมดุลผิว ลดการอักเสบ ระคายเคือง ผิวแข็งแรงและทนต่อแดดมากขึ้น

นอกจากนั้นยังช่วยทำให้เซลล์อ่อนเยาว์ลงด้วยโดยการกระตุ้นการทำงานของ AMPK และช่วยลดเลือนฝ้า ผสานพลังร่วมกับน้ำแร่แพลงก์ตอนจากฝรั่งเศส และ Lactid acid จากธรรมชาติ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจใน 2 สัปดาห์

 ตอบโจทย์ปัญหาผิวและผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือต้อง ใช้ง่าย อ่อนโยน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการแพ้หรือการรระคายเคือง เช่น พาราเบน แอลกอฮอล์ น้ำหอม อีกทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ดีกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะกับผิวของคนไทยและสภาพอากาศเมืองไทย

ที่มา :

https://www.lib.ku.ac.th/KUCONF/2555/KC4906041.pdf

https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person/health-information-and-articles/health-information-and-articles-old-3/853-2019-05-11-01-14-19

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6025514/                       https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3583892/