โปรโมชั่น - จัดส่งฟรีทั่วประเทศไทย

5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสกินแคร์

แชร์

Share on facebook
Share on pinterest
Share on twitter
Share on linkedin

1. แพทย์รักษา นักชีวเคมีคิดค้น

แพทย์ หรือ คุณหมอ คือผู้ที่ วินิจฉัยโรค สั่งยา ผ่าตัด รักษาอาการบาดเจ็บ โรค และความผิดปกติต่างๆ หรือรักษานั่นเอง ส่วนนักชีวเคมีนั้นศึกษาและพัฒนาลงลึกระดับโมเลกุล ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของโครงสร้าง, กลไก กระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้น และนำมาประยุกต์ใช้ในศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอุตสาหกรรม ทางการแพทย์ และทางเภสัชกรรม เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่คิดค้นสูตรสกินแคร์จึงเป็นนักชีวเคมีนั่นเอง 

โดยหนึ่งในนักชีวเคมีที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอย่าง ผศ.ดร. รัฐ พิชญางกูร ที่มีความชำนาญ และการค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติม มีส่วนอย่างมากในการคิดค้นและพัฒนา ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Dr.RATH ที่ใช้เทคโนโลยีด้านชีวเคมีขั้นสูงในการผลิต ควบคู่กับการใช้สารสกัดคุณภาพดี ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย ระคายเคืองน้อยและเหมาะกับทุกสภาพผิว 

2. อยากขาวต้องบล็อกเมลานิน?

ผิวหนังมีสารที่เรียกว่าเมลานิน มีผลต่อการแสดงออกของสีผิวคล้ำ จึงทำให้เกิดความเชื่อที่ว่าการบล็อกเมลานินนั้นสามารถทำให้ผิวดูขาวใสขึ้นได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการบล็อกเมลานินนั้นจะส่งผลกระทบในเรื่องปัญหาผิวและสุขภาพโดยตรง เพราะเมลานินมีหน้าที่หลักในการปกป้องผิวหนังจากแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเล็ต เมื่อตากแดดหรือได้รับแสงอัลตราไวโอเล็ตก็จะทำให้ผิวดูคล้ำขึ้นเพราะเมลานินทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการยับยั้งไม่ให้แสงเหล่านั้นเข้าไปถึงชั้นผิวหนังของร่างกายได้ หากบล็อกไม่ให้เกิดการสร้างเมลานินขึ้นจะทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นจริงในระยะแรก แต่จะส่งผลให้ไม่มีตัวกรองแสงอัลตราไวโอเล็ตในระยะยาว ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ แสบร้อน เป็นฝ้า ระคายเคือง ผิวบาง และอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ในที่สุด

ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจึงมีความสำคัญอย่างมาก หากอยากให้ผิวกระจ่างใส ควรเลือกสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติเป็น whitening แต่ต้องไม่บล็อกการสร้างและทำงานของเมลานิน เพื่อสุขภาพผิวและสุขภาพร่างกายที่ดีในระยะยาว

3. แพ้จริงหรือแค่ระคาย?

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ดี ไม่ควรมีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย และทำร้ายผิว เช่น เสตียร์รอยด์ หรือกรดต่าง ๆ ที่เข้มข้นเกินไป จนทำให้ผิวบางและระคายเคืองง่ายในระยะยาว เพราะหากมีสารสกัดเหล่านี้อาจทำให้ผิวหน้า senstive ง่าย เกิดอาการคัน ระคายเคือง ผดผื่น เป็นสิว แดง แสบ หรือที่เรียกกันว่า “ระคายเคือง” 

แต่ถ้านำผลิตภัณฑ์นั้นไปทาบริเวณอื่นนอกจากผิวหน้าแล้วยังเกิดอาการลักษณะเดียวกันอีกนั่นคืออาการ “แพ้” ซึ่งการแพ้เป็นลักษณะจำเพาะของบุคคล บางคนแพ้อาหารทะเล บางคนแพ้สารสกัดบางชนิด จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอาการแพ้ขึ้น 

นอกจากนี้ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น และทำให้อาการแพ้รุนแรงขึ้นคือความสมบูรณ์และความแข็งแรงของผิว จึงควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารสกัดที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำลายผิวให้อ่อนแอ และเลือกสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง และไม่มีสารดังกล่าว

4. ผิวมันไม่จำเป็นต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์จริงหรือ?

ผิวมันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว โดยเฉพาะสิวอุดตัน ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถควบคุมความมันและไม่ต้องทามอยเจอร์ไรเซอร์ ซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะสาเหตุหนึ่งของการทำให้เกิดผิวมันคือ ต่อมไขมันตรงบริเวณผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ยิ่งผิวหนังขาดการบำรุงให้ความชุ่มชื้นแล้วผิวจะยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อคงสภาพผิวไว้ไม่ให้แห้งจนเกินไป กลายเป็นปัญหาผิวมันมากแต่กลับขาดน้ำ จนทำให้บางครั้งผิวลอกข้างจมูก ทั้ง ๆ ที่ส่วนอื่นมัน ดังนั้นควรลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวแต่มีเนื้อสัมผัสที่บางเบาไม่ทำให้ผิวมันหรออุดตันได้ง่าย เช่นการเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทเนื้อครีมเจล เอสเซนส์ หรือ เนื้อเจล ที่มีความมันน้อยกว่า ลดโอกาสในการอุดตัน และเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ในทุกสภาพอากาศ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อากาศค่อนข้างร้อนเพื่อลดความมันและไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ

5. ยิ่งเยอะยิ่งดี!

ยิ่งเข้มข้น ยิ่งคุ้มค่า และยิ่งดี ซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะสารบางอย่างหากเยอะไปอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น และอาจส่งผลให้ผิวยิ่งอ่อนแอมากขึ้น Dr. RATH คำนึงถึงปัญหาข้อนี้จึงเกิดแนวคิดในการคิดค้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผลิตจากสารสกัดที่มีคุณสมบัติช่วยทั้งบำรุงผิวและทำให้ผิวแข็งแรง ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง มีสารออกฤทธิ์หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม และสมดุลจนเกิดผลลัพธ์ทวีคูณ ลดโอกาสในการทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดการระคายเคือง แต่ช่วยส่งเสริมให้ผิวแข็งแรงอย่างสุขภาพดีในระยะยาว

ที่มา : https://med.mahidol.ac.th/atrama/sites/default/files/public/pdf/column/%40rama1_E04.pdf

http://www.medsci.up.ac.th/v2/index.php/home/left-innerleft-center/2015-04-22-08-06-37.html