FAQ

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

Dr. Rath เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า โดยพัฒนาจากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีผู้เชี่ยวชาญ นั่นก็คือ ผศ.ดร. รัฐ พิชญางกูร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านชีวเคมี จบจากภาควิชา ชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองคนแรกของหลักสูตรชีวเคมี ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่ Michigan State University สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมา ได้ทำงานและมีประสบการณ์ด้านวิจัยมากกว่า 30 ปี โดยมีประสบการณ์ทำงานวิจัยทางด้านชีววิทยาโมเลกุล(Molecular biology) เอนไซม์ (Enzymology) และ สารออกฤทธิ์สารสำคัญทางชีวภาพ กลุ่มคาร์โบไฮเดรต (BiologicallyActive Compounds from Carbohydrates and Oligosaccharides) และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านไคติน-ไคโตซาน ( Chitin-Chitosan) ของประเทศ

นอกจากนี้ระหว่างเรียนอยู่สหรัฐอเมริกาได้ทำงานใน ห้องปฏิบัติการที่ทำวิจัยเกี่ยวกับ Phospholipid และ lipid ในเยื่อหุ้มเซลล์ รวมทั้งการควบคุมการแสดงออกของสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตชั้นสูง มีงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติชั้นนำกว่า 50 ฉบับและอยู่ในวารสาร 10 อันดับแรกของโลกเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันทำงานเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์สารสำคัญที่ได้จากน้ำตาลที่มีความปลอดภัยสูงไม่ตกค้างและสลายไปเองได้ตามธรรมชาติ มีประสบการณ์ในการสร้างนวัตกรรมมากกว่า 10 ปี และเป็นกรรมการระดับชาติในการพิจารณานวัตกรรมให้กับหน่วยงานหลายหน่วยงานของรัฐ ด้วยความเชี่ยวชาญนี้ ผศ.ดร. รัฐ พิชญางกูร จึงได้พัฒนาสูตรเฉพาะเพื่อนำไคโตซานมาใช้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องการดูแลผิวพรรณ และกระตุ้นเซนเซอร์ระดับพลังงานภายในเซลล์ เพื่อให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง จึงเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในรูปแบบสเปรย์น้ำ Dr. Rath Radiance Essence Ex และเซรั่ม Dr. Rath Perfect Skin Serum

จากการทดลอง และจากการใช้งานจริงของลูกค้าของเรา จะเห็นผลภายใน 2 สัปดาห์ แต่กระนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวหน้าของแต่ละคนด้วย
Dr. Rath ผ่านการปรับค่า pH ให้สมดุลกับผิวหน้าแล้ว จึงใช้ได้ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
สารออกฤทธิ์สำคัญในผลิตภัณฑ์ Dr. RATH เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น Astaxanthin เป็นสารสกัดจากสาหร่ายแดงที่เลี้ยงด้วยเทคโนโลยีชีวภาพคล้าย ๆ สาหร่ายสไปรรูลีน่า เป็นต้น
การบำรุงผิวเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น หากอายุ 12 ปี ขึ้นไป และมีปัญหาเรื่องสิว สามารถใช้ Dr. Rath Radiance Essence Ex เพื่อลดแบคทีเรียสาเหตุของการเกิดสิวและทำให้ผิวหน้าแข็งแรง ไม่อักเสบระคายเคืองง่าย สำหรับคนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื่น แนะนำให้ใช้ Dr. Rath Supercharged Whitening Concentrate ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ลดเลือน กระ จุดด่างดำ และไม่ทำให้ผิวไวต่อแดด สำหรับคนอายุ 28 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวไม่กระชับ แนะนำให้ใช้ Dr. Rath Perfect Skin Serum ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ผิวกระชับขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำ และช่วยกระชับรูขุมขน
เนื่องจากไม่มีผลิตภัณฑ์ชิ้นใดในโลกที่สามารถยืนยันได้ว่าคุณจะไม่มีทางแพ้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้น เพราะปัจจัยการแพ้ที่ต่างกันในแต่ละบุคคล ซึ่งคุณเองจะเป็นผู้รู้ดีที่สุดว่าตนเองแพ้อะไรบ้าง เราจึงแนะนำให้อ่านส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ก่อนการซื้อสินค้า เพื่อดูว่าสารเหล่านี้คุณเคยมีประวัติการแพ้หรือไม่ เช่น กุ้ง แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่คุณแพ้กุ้งก็จะไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกุ้งได้ เป็นต้น แต่ในโลกของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้น สิ่งที่หลาย ๆ คนเข้าใจผิดคือ “อาการแพ้ กับ อาการระคายเคือง” คนส่วนใหญ่เมื่อมีปฏิกิริยากับเครื่องสำอาง มักจะเกิดจาก “การระคายเคือง” เรียกได้ว่า 80-90% มีการระคายเคืองแต่เข้าใจว่าตนเองแพ้ แท้ที่จริงแล้วนั้นมีเพียง 10-20% เท่านั้นที่มีอาการแพ้จริง ๆ การแพ้ (Allergic Contact Dermatitis) ต้องมีการเทส ว่าเรา “แพ้สารอะไร” เพราะในเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลาย ๆ ตัวมีสารประกอบมาก การอ่านส่วนผสมจะช่วยกรองดูว่ามีสารที่เราแพ้หรือไม่ ซึ่งหากคุณมีอาการแพ้ ไม่ว่าจะทาส่วนไหนของร่างกาย ก็จะมีอาการหมด มี ผดขึ้น ผิวแดง เหมือนกันหมด ซึ่งทำให้การแพ้แตกต่างจากการระคายเคือง เพราะถ้าระคายเคือง ทาท้องแขนจะไม่เป็นไร แต่ทาหน้าปุ๊บ มีอาการทันที นอกจากนี้อาการแพ้ยังไม่ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของผิวหรือความเข้มข้นของสาร เพราะปฏิกิริยากับสารในผลิตภัณฑ์ที่คุณแพ้ ต่อให้ผิวแข็งแรงหรือบอบบางก็จะยังมีอาการแพ้ เพราะสารนั้น ๆ กระตุ้นให้ร่างกายต่อต้านสารที่คุณแพ้ แต่ การระคายเคือง (Irritation) นั้นต่างออกไป เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความแข็งแรงและสมบูรณ์ของผิว ณ เวลานั้น บางคนผิวแห้ง ผิวลอก ผิวชั้นนอกไม่แข็งแรง อาจจะไปสครับหน้า ไปทำเลเซอร์มา ตากแดดจัด คนกลุ่มนี้จะมีโอกาสระคายเคืองง่าย บางคนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสารมากเกินไปก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นเดียวกัน เช่นใช้ผลิตภัณฑ์หลายตัว และแต่ละตัวมีสารนั้น ๆ เยอะอยู่แล้ว ทามากก็ได้รับมาก จึงทำให้เกิดการระคายเคือง แต่พอทาน้อยไม่ระคายเคือง สาเหตุนี้ทำให้การระคายเคืองต่างจากการแพ้ นอกจากนี้ความเข้มข้นของสารก็มีส่วนเกี่ยวข้อง หากสารเข้มข้นมากก็จะระคายเคืองง่ายยิ่งขึ้น เข้มข้นน้อยก็อาจจะไม่รู้สึกอะไร บางคนคิดว่าตนเองเป็นคนผิวแพ้ง่าย แต่อันที่จริงแล้ว อาจเป็นเพียงผิวระคายเคืองง่ายเนื่องจากดูแลผิวผิดวิธี ผิวไม่แข็งแร็ง ซึ่งเมื่อเกิดความเข้าใจผิดก็ทำให้เสียโอกาสในการใช้ผลิตภัณฑ์ดี ๆ หลายตัวไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นการที่จะบอกได้ว่าเราแพ้หรือไม่แพ้ ไม่มีใครยืนยันได้จนกว่าจะได้ทดลองใช้ด้วยตนเอง เพราะการแพ้เป็นปฏิกิริยาส่วนบุคคล
เนื่องจากสภาพผิวแต่ละคนแตกต่างกัน จึงไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่สามารถการันตีได้ 100% ว่า “ใช้แล้ว ไม่แพ้” เราจึงอยากแนะนำให้คุณลูกค้าเช็คส่วนผสมก่อนว่า ในบรรดาส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์มีตัวใดที่เคยมีประวัติแพ้มาก่อนหรือไม่ แม้ว่าสกินแคร์ของ Dr. RATH #เป็นสูตรอ่อนโยนที่พยายามทำให้ทุกสภาพผิวสามารถใช้ได้ แต่เพราะแต่ละคนมีดีเอ็นเอที่แตกต่างกัน ผิวไวต่อสารสัมผัสจึงไม่เหมือนกัน เราจึงไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่าจะไม่แพ้ เพราะบางคนแพ้กุ้ง แพ้เกสรดอกไม้ แต่บางคนไม่แพ้สารเหล่านี้ ทดสอบได้ง่าย ๆ ว่าแพ้หรือไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ด้วยการลองทาผลิตภัณฑ์ที่มือดูก่อน เพราะถ้าแพ้ ทาผิวตรงไหนก็จะแพ้ ซึ่งอาการแพ้นั้นแตกต่างจากการระคายเคือง เพราะระคายเคืองนั้นอาจจะมาจากผิวบางมากไป ผิวไม่แข็งแรง เลยระคายเคือง นานวันไปพอผิวแข็งแรงขึ้น อาการระคายเคืองก็จะหายไป แบบนี้ไม่จัดว่าเป็นการแพ้ การอ่านฉลากจะช่วยให้เลือกเครื่องสำอางได้ถูกต้อง ลดโอกาสเสี่ยงที่จะแพ้หรือระคายเคืองได้ โดยการเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากสารที่เคยแพ้
Dr. RATH เป็นผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ไทย
ผลิตภัณฑ์ของ Dr. Rath ทุกตัว ปรับ pH ให้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
ฝ้าไม่สามารถทำให้หายได้แต่ทำให้จางลงได้ Dr. Rath Perfect Skin Serum ช่วยเรื่องการป้องกันผิวจากแสงแดดที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดฝ้า Dr. Rath Radiance Essence ช่วยทำให้ฝ้าจางลง Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate ช่วยทำให้ฝ้า กระ และจุดด่างดำจางลง ทั้ง 3 ตัว ยังช่วยทำให้ผิวไม่ไวต่อแดด และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ป้องกันการเกิดฝ้าในอนาคต
Dr. Rath Radiance Essence Ex, Dr. Rath Perfect Skin Serum และ Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate หากใช้ต่อเนื่องทุกวัน เช้าและกลางคืน จะใช้ได้ประมาณ 2 เดือนกว่า
ในต่างประเทศจะถือว่าผลิตภัณฑ์​ Dr. RATH ทุกผลิตภัณฑ์เป็นเวชสำอาง แต่ในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับเรื่องเวชสำอาง เราจึงไม่ได้เคลมว่าผลิตภัณฑ์ของเราเป็นเวชสำอาง หากแต่พิจารณาตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามคำจำกัดความของเวชสำอาง ผลิตภัณฑ์ของเราทุกตัวถือเป็นเวชสำอาง
ตามหลักของชีววิทยา สิ่งมีชีวิตย่อมเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นการช่วยชะลอไม่ให้ผิวเราเสื่อมเร็วเกินไป หรือช่วยทำให้ผิวมีริ้วรอยช้ากว่าที่ควร เปรียบเสมือนการเอาไม้มายันเสาที่จะล้มลง เมื่อเราหยุดใช้งาน ก็เหมือนกับการเอาไม้ยันออก เสาก็จะล้มลงไปในที่สุด ดังนั้นผิวของเราจะค่อย ๆ เสื่อมลงในอัตราปกติหากไม่บำรุงดูแลผิวพรรณต่อ
สินค้าของเรามีเลขที่จดแจ้ง ขออนุมัติการใช้งานจากองค์การอาหารและยาอย่างถูกต้อง เลข อ.ย. Dr. RATH Radiance Essence Ex11-1-6300022557 เลข อ.ย. Dr. RATH Perfect Skin Serum 11-1-6300034525 เลข อ.ย. Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate 11-1-6300003522
หากอายุขึ้นเลขสี่แล้ว แนะนำให้ใช้ตัวเซรั่มซึ่งจะช่วยลดเลือนริ้วรอยและมีสารต้านอยุมูลอิสระในปริมาณสูง ที่จะช่วยให้สุขภาพผิวดีและชะลอการเสื่อมของผิวได้ดี และสามารถใช้ Dr. Rath Supercharged Whitening Concentrate เพิ่มเติมได้
ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Dr. Rath ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคน และซัลเฟต แต่ Dr. Rath Perfect Skin Serum มีส่วนผสมของน้ำหอมเพื่อกลบกลิ่น Astaxanthin และมีน้ำมันพอสโฟลิปิดซึ่งเป็นน้ำมันชนิดเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์จึงไม่ทำให้หน้ามัน

สกินแคร์ของ Dr. RATH ทั้ง 3 ตัว มีขั้นตอนตามนี้
1. Radiance Essence Ex
2. Perfect Skin Serum
3. Supercharged Whitening Concentrate
โดยตัว Dr. Rath Radiance Essence Ex จะเน้นในเรื่องการปรับสภาพผิวหน้าให้แข็งแรงมากขึ้น ช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้สิวลดน้อยลง ด้วยคุณสมบัติจากไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ (COS) ซึ่งเป็น Active Ingredients ของผลิตภัณฑ์ของเรา โดย COS สามารถกระตุ้นการทำงานของ AMPK ช่วยย้อนวัยผิวในระดับเซลล์ ป้องกันการแพ้ของผิวจากปัจจัยต่าง ๆ ทำให้ฝ้าจางลง ให้ผิวไม่ไวต่อแดด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเน้นเรื่องสิว เรื่องปรับสภาพผิวให้แข็งแรงมากขึ้น

Dr. Rath Perfect Skin Serum จะเน้นเรื่องคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง มีริ้วรอยแห่งวัย สีผิวไม่สม่ำเสมอครับ เซรั่มตัวนี้ใช้ Active Ingredients หลักสามอย่าง คือ Astaxanthin, Phospholipids และ Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็ก ที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ป้องกันการเกิดฝ้า ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และกระชับรูขุมขน และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

Dr. Rath Supercharged Whitening Concentrate จะช่วยให้หน้ากระจ่างใส ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวไวต่อแดดค่ะ

ทั้งสามตัวใช้ด้วยกันจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะ ดร. รัฐ คิดค้นสูตรมาเพื่อให้สกินแคร์ทั้ง 3 ตัว ช่วยเสริมประสิทธิภาพกันและกัน จะเห็นผลไวมากเรื่องลดเลือนริ้วรอย หน้ากระจ่างใส ผิวจะเนียนขึ้น และแข็งแรงขึ้นใน 2 สัปดาห์

สามารถใช้ได้ เพราะผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Dr. Rath อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย เพราะเราไม่ใส่แอลกอฮอล์ พาราเบน และซัลเฟต
สามารถใช้ได้ เพราะผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Dr. Rath อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย เพราะเราไม่ใส่แอลกอฮอล์ พาราเบน และซัลเฟต

Dr. Rath Radiance Essence Ex

จากการค้นคว้าและวิจัยมาอย่างยาวนานของ ผศ.ดร. รัฐ พิชญางกูร ทำให้ค้นพบว่า การจะนำไคโตซานมาใช้กับเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนั้น ต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งสภาวะที่ดีที่สุดก็คืออยู่ในรูปของของเหลวนั่นเอง ดังนั้น Dr. Rath จึงถูกออกแบบมาให้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบ Water Base ที่มีการใส่ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ (Chito Oligosaccharide) เป็นสารออกฤทธิ์หลัก (Active Ingradient) และเมื่อใช้ในรูปแบบของสเปรย์ จะช่วยกระจายให้เต็มไปใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Chito Oligosaccharide) เรียกย่อ ๆ ว่า COS เป็นสารสกัดจากเปลือกกุ้ง เปลือกปู ที่มีทั้งสายโมเลกุลยาวและสั้น โดยผ่านกระบวนการผลิตถึง 3 เทคโนโลยี อันประกอบด้วย ไคโตเทคโนโลยี ( Chito Technology) ,นาโนเทคโนโลยี ( Nano Technology) และไบโอเทคโนโลยี (Bio Technology) โดยเอ็มไซม์จากธรรมชาติ จึงทำให้มีความบริสุทธิ์มากกว่า และมีขนาดที่เล็กกว่าไคโตซานทั่วไปถึง 1,000 เท่า และจากการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 20 ปี ค้นพบว่า COS มีคุณประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะผลลัพธ์ทางชีวภาพที่ช่วยในการลดการเติบโตของแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว ช่วยปรับสภาพความสมดุลของผิวหนัง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ ลดความเข้มของริ้วรอยให้จางลง อีกทั้งช่วยยืดอายุขัยของเซลล์ให้แก่ตัวช้าลง
แม้ไคโตซานจะมีประโยชน์มากมาย แต่การสกัดเพื่อนำมาใช้ประโยชน์นั้นทำได้ยาก ต้องสกัดโดยผู้มีความรู้ด้านชีวเคมีขั้นสูง ทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์เป็นองค์ประกอบหลักหาได้ยากมาก ยิ่งในประเทศไทยนั้นมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านนี้เพียงไม่กี่ท่าน จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เครื่องสำอางในไทยที่มีส่วนประกอบของสารตัวนี้น้อยมาก ซึ่งที่จริงแล้วสิบกว่าปีก่อนเคยมีคนพยายามนำมาใช้กับเครื่องสำอาง แต่เนื่องจากนำมาใช้กับ “ครีม” ที่เป็นภาวะที่ไคโตซานออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ นั่นจึงอีกสาเหตุว่าทำไม Dr. Rath ถึงต้องทำออกมาในรูปแบบของสเปรย์
ถ้าหากคุณเป็นคนที่กังวลเรื่องสิว ริ้วรอยแห่งวัย หรือผิวไม่ชุ่มชื้น รูขุมขนไม่กระชับ Dr. Rath มีสารสกัดไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ ซึ่งผ่านการวิจัยและพิสูจน์มาแล้วว่า จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ นั่นคือ ช่วยลดการเกิดสิว ลดการเกิดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว มีการช่วยเรื่องการยึดเกาะกันระหว่างเซลล์ได้ดีขึ้นจึงทำให้ผิวหนังกระชับมากขึ้น ช่วยให้คุณย้อนวัยผิวได้อย่างน่าอัศจรรย์
หนึ่งในปัญหาหลักของการเกิดสิวบนผิวหน้าคือ แบคทีเรีย เมื่อผิวหน้าของเราสกปรก และมีการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย จะทำให้หน้าของเราเกิดสิวได้ง่าย ไคโตซานโอลิโกแซคคาไรด์ มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียมีจำนวนน้อยลง การเกิดสิวก็จะลดน้อยลงไปด้วย
ใช้เช้าและก่อนนอน หลังล้างหน้า 1. ถือขวดเอสเซ้นส์ให้ห่างจากหน้าประมาณ 20 ซ.ม. 2. ฉีดเอสเซ้นส์ให้ทั่วหน้า 3. ตบเบา ๆ ที่ผิวหน้าให้เอสเซ้นส์ซึมสู่ผิว และสามารถใช้ระหว่างวันได้ แต่ต้องล้างหน้าก่อน หากพ่นทับเครื่องสำอาง จะได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร
ท่านสามารถใช้ Dr. Rath Radiance Essence Ex ได้ ผลิตภัณฑ์ของ Dr. Rath ทุกตัว มีการปรับค่า pH ให้เหมาะสมกับผิวหนัง และมีความอ่อนโยนต่อผิวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม Dr. Rath Radiance Essence Ex ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อรักษาอาการ Sebderm โดยตรง เพียงแต่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้เพื่อปรับสภาพผิวให้แข็งแรงขึ้นได้
Dr. Rath Radiance Essence Ex ไม่ได้เน้นเรื่องแก้ผิวมันโดยตรง แต่ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้บ้าง ที่เด่นชัดคือเน้นเรื่องการลดการเกิดสิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น บางคนเมื่อก่อนหน้าผิวหน้าอาจจะบางมาก ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ก่อนหน้านี้แล้วถูกผลัดผิวมากไป Dr. Rath Radiance Essence Ex ตัวนี้จะช่วยปรับผิวให้ดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น
สามารถใช้ Dr. Rath Radiance Essence Ex ได้ เพราะสารออกฤทธิ์ COS ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ช่วยลดแบคทีเรียซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว นอกจากนี้ยังช่วยลดการระคายเคือง และยังมีน้ำแร่แพลงก์ตอนจากฝรั่งเศสที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื่น อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายเพราะผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Dr. Rath ไม่ใส่แอลกอฮอล์ พาราเบน ซิลิโคน และซัลเฟต
แนะนำให้ใช้ Dr. Rath Radiance Essence Ex เพราะสารออกฤทธิ์ COS ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ช่วยลดแบคทีเรียซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว
Dr. Rath Radiance Essence Ex มีสารออกฤทธิ์ COS ช่วยลดแบคทีเรียซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว
ปกติ สำหรับบางคนที่ผิวบางมาก ๆ แต่ปกติแล้วจะหายร้อนในเวลาไม่นาน
ช่วยได้ แนะนำให้ใช้ Dr. Rath Radiance Essence Ex เพราะสารออกฤทธิ์ COS ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ช่วยลดแบคทีเรียซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว
ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ ผ่าน COS ซึ่งเป็นตัว Active Ingredient ที่จะเข้าไปปรับสภาพผิว มีการกระตุ้นที่ระดับพลังงาน AMPK ทำให้เซลล์แข็งแรงมากขึ้น จึงช่วยให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น และมีการช่วยในการปรับสภาพผิวจากบางคนที่ผิวบอบบางมาก Dr. Rath Radiance Essence Ex จะช่วยให้ผิวเริ่มฟื้นตัวได้ ซึ่งเป็นผลมาจากตัว Active Ingredients ที่เรานำมาใช้ในตัวผลิตภัณฑ์
Dr. Rath Radiance Essence Ex ไม่ได้เน้นเรื่องผิวขาว แต่เน้นเรื่องการช่วยให้สุขภาพผิวดี หากต้องการให้ผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่ไวต่อแดด แนะนำให้ใช้ Dr. Rath Supercharged Whitening Concentrate
Dr. Rath Radiance Essence Ex สามารถเก็บได้ 2 ปี ทั้งที่ยังไม่ได้เปิด หรือเปิดแล้ว โดยควรเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 40 องศา

Dr. Rath Perfect Skin Serum

เซรั่มมีเนื้อสีส้ม เกิดจากสีของส่วนผสมสำคัญคือ Astaxanthin ซึ่งจะให้สีส้ม โดยไม่มีการแต่งสีใด ๆ แต่เป็นเพราะเราใช้ Astaxanthin ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด จึงทำให้มีสีส้ม
น้ำมันที่ร่างกายผลิตและขับออกมาเป็นน้ำมันชนิดเดียวกับน้ำมันพืชหรือน้ำมันจากสัตว์ Triglyceride ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับน้ำมันฟอสโฟลิปิด (phospholipid) ดังนั้นฟอสโฟลิปิด (phospholipid) ที่เราใส่เข้าไปนั้น เซลล์จะเอาไปใช้เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ จึงไม่ทำให้หน้ามัน ปกติคนจะรู้จักแต่น้ำมัน ซึ่งเป็นไตรกลีเซอร์ไรด์ เช่น น้ำมันพืช น้ำมันหมู น้ำมันมะกอก และนำ้มันที่สกัดจากพืชทุกชนิด แต่ฟอสโฟลิปิดเป็นน้ำมันอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีกลุ่มฟอสเฟสที่มีขั้วติดอยู่ด้วย ซึ่งน้ำมันกลุ่มนี้ร่างกายหรือเซลล์จะใช้เฉพาะในเยื่อหุ้มเซลล์เท่านั้น ถ้าเป็นภาษาทางวิชาการแล้ว สารสองตัวนี้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทดสอบได้ง่าย ๆ โดยลองทาเซรั่มและนวดเข้าผิว จากนั้นสามารถใช้กระดาษซับมันลองซับ จะพบว่าไม่มีน้ำมันติดขึ้นมา
ใช้เช้าและก่อนนอน หลัง Dr. Rath Radiance Essence Ex 1. หยดเซรั่มบนผิวหน้าโดยตรง 3 หยด โดยหยดที่หน้าผาก แก้มซ้าย และแก้มขวา 2. นวดให้เซรั่มซึมเข้าสู่ผิวประมาณ 15 วินาที หรือจนกว่าเซรั่มซึมจนหมด
โดยส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มเห็นผลใน 2 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ผลลัพธ์แต่ละแบบ และปัญหาสภาพผิวเดิมของผู้ใช้แต่ละท่านด้วย เพราะบางคนผิวเดิมนั้นมีปัญหาไม่มาก จึงเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว บางคนผิวมีปัญหามาก จึงใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูนานกว่า การใช้ครีมหรือเซรั่มบำรุงผิวใด ๆ ล้วนต้องใช้ระยะเวลา เช่น ริ้วรอยจากวัย รอยด่างดำ หรือผิวกระชับ ก็ใช้เวลาในการเห็นผลที่ไม่เท่ากัน ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปุ๊บเห็นผลปั๊บ ควรตรวจสอบส่วนผสมให้ดีก่อนใช้ เพราะสิ่งที่จะทำให้ผิวเราเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนั้น ต้องเป็นสารที่มีความรุนแรงอยู่พอสมควร หรืออาจมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ โดยเฉลี่ยแล้ว ผิวของเราจะมีการผลัดผิวเองเป็นประจำอยู่แล้ว ประมาณทุก 28 วัน ดังนั้นการบำรุงผิวจึงต้องใช้เวลา และจำเป็นจะต้องใช้อย่างต่อเนื่อง พอผิวเก่าผลัดไป ผิวใหม่ก็จะได้รับการบำรุงทันที ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ เราควรบำรุงผิวอย่างต่อเนื่องให้สม่ำเสมอ ผิวของเราก็ย่อมมีการเสื่อมตามกาลเวลา สิ่งที่เราทำได้คือ การชะลอให้เสื่อมช้าลง หรือไม่ให้ผิวมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ดังนั้นนอกจากจะใช้สกินแคร์ที่บำรุงผิวสม่ำเสมอแล้ว ยังควรดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ เพื่อให้ทำงานเสริมกันมากขึ้นด้วย เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกาย การหลีกเลี่ยงความเครียด ดื่มน้ำให้เพียงพอ เป็นต้น
Dr. Rath Perfect Skin Serum ไม่ได้ช่วยให้ขาวขึ้น แต่ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น หากต้องการให้ผิวขาว โดยไม่ต้องกังวลว่าผิวจะไวต่อแสง แนะนำให้ใช้ Dr. Rath Supercharged Whitening Concentrate
ช่วยเรื่องกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย ชะลอการเกิดริ้วรอย บำรุงผิวให้มีสุขภาพดีขึ้น ปรับสภาพสีผิวให้กระจ่างใส ผิวดูเปล่งปลั่ง
ตัว Hyaluron สามารถใช้เพิ่มเติมได้ ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในท้องตลาดจะใช้สารที่ต่างกันและอาจใส่สารที่ไม่สามารถซึมผ่านเข้าผิวได้ แนะนำให้ไปตรวจสอบว่าที่ใช้อยู่มีน้ำหนักโมเลกุลเท่าไหร่ ถ้าเป็น HA ที่มีน้ำหนักมากกว่า 10,000 Da จะไม่ซึมผ่านผิว ได้เพียงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและกักเก็บน้ำให้อยู่บนผิวเท่านั้น สำหรับในผลิตภัณฑ์ของ Dr. Rath จะเป็นตัวที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก 7,000 Da และสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ สำหรับตัวต้านอนุมูลอิสระ antioxidant สามารถใช้เพิ่มเข้าไปอีกได้ แต่ไม่มีความจำเป็น เว้นแต่จะเป็นสารคนละชนิดเช่น Vitamin C หรือ Vitamin E ซึ่งมีฤทธิ์ในเรื่องอื่น ๆ ด้วยไม่ใช่แค่ต้านอนุมูนอิสระเท่านั้น
ถ้า MLE ที่ว่าคือ Encapsulation technique ที่ เป็นการเอาสารออกฤทธิ์ใส่ไว้ใน liposome มีหลายชั้นเพื่อนำส่งได้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นเทคนิคใหม่แต่อย่างใด Dr. Rath Perfect Skin Serum คล้ายคลึงกันแต่ไม่ได้ใช้เทคนิค Encapsulation ในการนำส่ง เพราะสารที่ Dr. Rath Perfect Skin Serumใช้เป็นตัว Active Ingredients นั้น มีนวัตกรรมที่สามารถซึมเข้าลึกระดับเซลล์ได้เองอยู่แล้ว
Dr. Rath Perfect Skin Serum ช่วยลดหลุมสิวได้ แต่หากหลุมลึกมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพราะการรักษาด้วยครีมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร
หากตีนกาเป็นร่องลึกมากจะไม่สามารถลบออกหมดได้ แต่ทำให้ตื้นลงได้ และช่วยชะลอริ้วรอยในอนาคตให้เกิดช้าลงได้
Dr. Rath Perfect Skin Serum สามารถช่วยลดเรือนรอยดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Dr. Rath Perfect Skin Serum นั้นมีการทำงานที่แตกต่างออกไป Serum ของเราเน้นการเติมเต็มเข้าไปในผิวหนังและช่วยให้ผิวหนังมีความแข็งแรงขึ้น โดยเราไม่ได้ใช้สารที่ทำให้กล้ามเนื้อที่ผิวหน้าหดตัว แบบที่ใช้กันอยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลาย ๆ ชนิด Dr. Rath Perfect Skin Serum แก้ปัญหาที่ต้นเหตุทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ผิวเด็กลง จึงทำให้รูขุมขนลดขนาดลงนั่นเอง
การที่ทาแล้ว เนื้อเซรั่มซึมได้รวดเร็ว ไม่ได้ทำให้แห้งแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะความชุ่มชื่นนั้นถูกดัดซึมไว้ด้วยผิวหมดแล้ว ไม่ได้ระเหยไปกับอากาศ
ถ้ายังไม่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิห้องต่ำกว่า 30 องศา เก็บได้ 2 ปี เมื่อเปิดใช้แล้วเก็บได้ 3 เดือนที่อุณหภูมิห้อง ถ้าใส่ตู้เย็นเก็บได้ 6 เดือน เพราะเมื่อเปิดใช้แล้วจะทำให้ให้ออกซิเจนเข้าไปทำให้สารสกัดจากสาหร่ายสีแดงที่มี Astaxanthin ค่อย ๆ สลายตัว ส่วนตัวสารสำคัญอีกสองตัวคือ Hyaluronic acid กับ Phospholipids เสถียรมาก เก็บได้ถึงสองปีแม้อยู่ในอุณหภูมิห้อง เวลาจัดเก็บควรปิดฝาให้สนิท หลังใช้ ให้เก็บในห้องที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศา จะเป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ถ้าใช้ทุกวันไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็นเพราะผลิตภัณฑ์ใช้หมดประมาณสองเดือน

Dr. Rath Supercharged Whitening Concentrate

สามารถใช้ Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ได้เลย
เป็นกลิ่นธรรมชาติของครีมเพราะเราไม่ใส่สารปรุงแต่งใดๆเลย เช่น น้ำหอม เพราะผู้ใช้อาจแพ้น้ำหอมได้
หากใช้ช่วงเช้าแล้วตามด้วยครีมกันแดด อาจจะรู้สึกว่าหน้าเป็นขุยๆ บ้าง เกิดจากการที่เนื้อครีมของไวเทนนิ่งและครีมกันแดดที่เป็น oil base ไม่เข้ากัน จะสังเกตได้ว่าขุยที่ออกมาไม่ได้ทำให้หน้าแสบ แต่เป็นขุยของเนื้อครีมที่ไม่เข้ากัน โดยลูกค้าสามารถหลีกเลี่ยงโดยใช้ Whitening เฉพาะเวลากลางคืน หรือเปลี่ยนครีมกันแดดเป็น water base นอกจากนี้ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มใช้ Whitening จะมีขุยออกมาบ้างนิดหน่อย เกิดจากการผิวมีการปรับตัว และเกิดการผลัดผิวโดยชั้นหนังกำพร้าที่อยู่ชั้นบนสุดของผิวจะเริ่มผลัดตัวออก โดยปกติแล้วครีมที่ให้ความชุ่มชื้นตัวอื่นๆ จะเน้นให้ความชุ่มชื้นที่เกินความพอดีทำให้หนังกำพร้า ไม่หลุดลอกและทับซ้อนขึ้นเป็นชั้นหนา ที่จะทำให้ผิวหน้าดูหมองไม่กระจ่างใสทั้งๆ ที่จริง ๆ แล้วผิวมีสุขภาพดี Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate มีการปรับสูตรเพื่อให้ความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ป้องกันการพอกหนาของชั้นหนังกำพร้าโดยกระตุ้นการผลัดผิวอ่อนๆ ร่วมกับการให้ความชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม ไม่มากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีอากาศเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย และเพื่อให้มั่นใจว่าผิวจะไม่บางจนเกินไป Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate ยังเสริมด้วย Ceramide, Phospholipids และ Lecithin ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดเดียวกับเยื่อหุ้มเซลล์จะช่วยให้ความแข็งแรงกับเซลล์ผิว และมีวิตามินซี ชนิดนุ่มนวลในปริมาณสูง ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการแบ่งเซลล์ผิวขึ้นมาทดแทน ซึ่งจะทำให้ผิวสว่างกระจ่างใสขึ้น ผิวหน้าไม่ดูหมอง การที่ผิวเป็นขุยเล็กน้อยอาจจะเกิดขึ้นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าผิวหน้าของเรามีชั้นหนังกำพร้าหนาแค่ไหน
เกิดจากผิวบาง มักเป็นกับคนที่ไปหาหมอผิวหนังที่รักษาด้วยเลเซอร์​หรือใช้เครื่องสำอางพวกขัดผิว แนะนำให้ใช้ร่วมกับ Dr. RATH Radiance Essence Ex จะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น และลดการระคายเคือง อาการแสบจะหายไปหลังจากใช้ 2-3 วัน
ใช้เช้าและก่อนนอน หลัง Dr. Rath Perfect Skin Serum 1. บีบครีมใส่นิ้วนาง 2. ใช้นิ้วนางทาครีมบำรุงให้ทั่วผิวหน้าโดยวนจากล่างขึ้นบน
ถ้ายังไม่เปิดใช้ ที่อุณหภูมิห้องต่ำกว่า 30 องศา เก็บได้นาน 2 ปี เมื่อเปิดใช้แล้ว ที่อุณหภูมิห้องต่ำกว่า 30 องศา เก็บได้ 6 เดือน ถ้าอุณหภูมิสูงกว่านั้นเก็บได้ประมาณ 3 เดือน ถ้าใส่ตู้เย็นเก็บได้ 1 ปี