โปรโมชั่น - จัดส่งฟรีทั่วประเทศไทย

ไฮยาลูโรนิค (HA) เลือกตัวไหน ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?

แชร์

Share on facebook
Share on pinterest
Share on twitter
Share on linkedin

หากเดินเข้าร้านเครื่องสำอาง หรือเดินผ่านชั้นวางสกินแคร์ในห้าง เราอาจได้เห็นไฮยาลูโรนิควางขายมากมาย เพราะผลิตภัณฑ์นี้กำลังเป็นที่นิยม จนมีหลาย ๆ แบรนด์ผลิตสินค้าออกมาวางจำหน่ายมากมายจนเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักกับสารบำรุงผิวชนิดนี้ วันนี้เราจะได้มาทำความรู้จักกันค่ะ

ไฮยาลูโรนิค คืออะไร

ไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid) หรือชื่อสั้น ๆ คือ HA เป็นสารพอลิเมอร์ของน้ำตาลที่เป็นกรดชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ มีคุณสมบัติที่น่าสนใจคือช่วยทำให้ผิวมีความแน่น แข็งแรง เรียบเนียน เต่งตึง ปราศจากริ้วรอย เพราะเป็นตัวประสานระหว่างชั้นผิวหนังแท้ โดยทำงานร่วมกับคอลลาเจน ที่เป็นเส้นใยโปรตีนเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิว และอีลาสติน ที่ให้ความยืดหยุ่น สารทั้งสามตัวจึงถูกนำมาใช้ในวงการความงามเพื่อช่วยในเรื่องของการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์และเต่งตึงอยู่เสมอ

วิธีเลือกซื้อ Hyaluronic 

อย่างที่เรารู้กันว่าในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์นี้มากมาย แต่เราจะเลือกซื้ออย่างไรให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้เรามีวิธีเลือกซื้อผลิตภัณฑ์โดยการพิจารณาจากประเภทของสารนี้มาฝากกันค่ะ

พิจารณาจากประเภทของสารไฮยาลูโรนิค

สำหรับสาร Hyaluronic นี้ แบ่งออกได้เป็นหลากหลายประเภท มาดูกันค่ะ ว่าสารนี้จะแตกต่างกันแค่ไหน และมีประโยน์ต่อผิวอย่างไรบ้าง

ไฮยาลูรอนสายสั้น (Low Molecular Weight HA)

Low Molecular Weight HA เป็นสารไฮยาลูรอนที่มีขนาดอนุภาคเล็กเป็นพิเศษ จึงสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นใต้ผิวหนัง และช่วยดูแลผิวให้ห่างไกลจากริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

1 ในนั้น คือ ผลิตภัณฑ์ Dr. RATH Perfect Skin Serum ซึ่งมีส่วนผสมของ Low Molecular Weight HA เล็กกว่า 8,000 daltons จึงแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยกระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง จึงช่วยให้ผิวดูนุ่ม เต่งตึง และอ่อนเยาว์ลง

ไฮยาลูรอนสายไขว้ (Cross-polymer HA)

สำหรับกรดไฮยาฯ รูปแบบนี้ เกิดจากการนำ Hyaluronic หลาย ๆ ตัวมาจับรวมกันคล้ายโครงสร้างของฟองน้ำจึง ทำให้ได้อนุพันธ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติในการเก็บกักความชุ่มชื้นได้สูงขึ้นมากกว่ากรดไฮยาลูรอนทั่ว ๆ ไป 3-5 เท่า เนื่องจากมีโครงสร้างที่ไม่ยุบตัว และยังสามารถจับความชื้นในอากาศมาเติมเต็มให้ผิวชุ่มชื้นได้ตลอดวัน จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เต่งตึง ไม่ขาดน้ำ

สำหรับแบรนด์ Dr. RATH ก็มีผลิตภัณฑ์ไฮยาลูโรนิคในรูปแบบไฮยาลูรอนสายไขว้ด้วยเช่นเดียวกัน นั่นก็คือผลิตภัณฑ์ Dr. RATH Supercharged Whitening Concentrate ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ในวงการไฮยาลูรอน มีคุณสมบัติในการดูแลผิวอย่างล้ำลึกถึงระดับโมเลกุล ให้ผิวอุ้มน้ำได้ดียิ่งขึ้น ผิวจึงชุ่มชื้นได้ยาวนานกว่าเดิม อีกทั้งยังมีสารสกัดที่ช่วยบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี และแข็งแรง

ไฮยาลูรอนโมเลกุลขนาดใหญ่ (Sodium Hyaluronate (HA-THM) High Molecular Weight)

ไฮยาฯ โมเลกุลขนาดใหญ่ มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นลงสู่ผิว สร้างชั้นฟิล์มเคลือบผิวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ และใช้สำหรับฉีดฟิลเลอร์ในวงการคลินิกความงามอีกด้วย

ไฮยาลูรอนชนิดกระจายตัวในน้ำมัน (Oil-Dispersed HA)

ไฮยาฯ ชนิดนี้สามารถละลายตัวในน้ำมันได้ดี สามารถใช้นำมาผสมในเครื่องสำอางที่เป็นสูตรเบสน้ำมันได้ดี เช่น ลิปบาล์ม ลิปสติก และเครื่องสำอางต่าง ๆ มีคุณสมบัติในการช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น และป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ

ไฮยาลูรอนชนิดผง

ไฮยาฯ ในรูปแบบผง ถือเป็นไฮยาฯ ที่บริสุทธิ์ที่สุดที่มีในท้องตลาดขณะนี้ ไฮยาฯ ในรูปแบบผงนั้นสามารถรับประทานได้ ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้รักษาโรคข้ออักเสบ 

หากเรารู้ว่าผิวเราต้องการอะไร การเลือกผลิตภัณฑ์ Hyaluronic ที่ตรงกับความต้องการของผิวและสภาพผิวก็คงไม่ยาก แถมการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผิว ยังช่วยให้ผิวดูสวยสุขภาพดีอย่างยาวนานอีกด้วย